2005/Dec/28

จะมีการเพิ่มเติมและเปลี่ยนแปลงข้อมูลอยู่เสมอๆตามเนื้อเรื่องค่ะ

จิตวิญญาณแห่งเวเรเซีย (The Spirit of Verezia)
ดวงดาวที่ขึ้นอยู่เหนือเกาะเวเรเซียพอดี จะปรากฏเฉพาะในคืนข้างแรมที่ไร้ซึ่งแสงจันทร์เท่านั้น มนุษย์จากรีห์อาใช้มันเป็นเครื่องบอกตำแหน่งที่ตั้งของเกาะ เนื่องด้วยมันไม่เคยเปลี่ยนตำแหน่งเลย ถึงแม้ในรีห์อาจะถูกขนานนามว่า "จิตวิญญาณแห่งเวเรเซีย" แต่พวกเวเรซมักเรียกดาวดวงนี้ด้วยชื่อจริงของมัน "เบลเฟรย์ (Belfrei)" ที่มีความหมายว่า "ปราการแห่งแสง" มากกว่า ดาวดวงนี้ได้หายสาบสูญไปพร้อมกับการจากไปของเวเรเซีย

เนมเฟรดิธ (Nemphredith)
นครท่าแห่งสำคัญของรีห์อา มีขนาดใหญ่ที่สุดในบรรดาแว่นแคว้นต่างๆ พลุกพล่านไปด้วยผู้คนจากต่างถิ่นดินแดนที่เข้ามาแลกเปลี่ยนสินค้า อาจกล่าวได้ว่า ที่นี่เป็นหัวใจของรีห์อาเลยก็ว่าได้ เพราะหากตรวจสอบสภาพภูมิศาสตร์ของรีห์อาแล้ว จะพบเนมเฟรดิธอยู่ในตำแหน่งเกือบใจกลางของรีห์อาพอดี นอกจากนี้ที่นี่ยังเป็นศูนย์กลางการปกครองแบบนครรัฐของรีห์อาอีกด้วย สังเกตจากรัฐสภาและสถานที่ราชการต่างๆซึ่งรวมตัวกันเป็นกลุ่มใหญ่บริเวณทางเหนือของเมือง

รีห์อา (Rhea)
ดินแดนอันอุดมสมบูรณ์ด้วยป่าเขาลำเนาไพรที่ครอบครองโดยมนุษย์ ถูกเหล่าวิญญาณร้ายคุกคามอยู่เป็นนิจ มีการปกครองแบบนครรัฐ โดยศูนย์กลางการปกครองอยู่ที่นครท่าเนมเฟรดิธ แต่ละรัฐมีการติดต่อกันฉันมิตร แต่นั่นก็เป็นเพียงเปลือกนอก ด้วยใจจริงต่างก็แก่งแย่งกันเพื่อความเป็นใหญ่ในสภา

วิญญาณร้าย (Ghouls)
พวกมันมีรูปร่างต่างกันออกไป แต่ทั้งหมดล้วนมีสีดำทะมึน ดวงตาสว่างโชดช่วงของพวกมันไม่สามารถแอบซ่อนได้แม้ในยามวิกาล ดังนั้นหากมนุษย์คนใดสังเกตเห็นดวงไฟสว่างเป็นคู่ในยามค่ำคืน พวกเขาจะพากันหนีโดยไม่คิดชีวิต ก่อนที่ดวงจิตของพวกเขาจะถูกสัตว์ประหลาดเงาเหล่านี้กลืนกินเป็นอาหาร ว่ากันว่า วิญญาณร้ายและรีห์อาเกิดขึ้นพร้อมกัน ราวกับจะกล่าวได้ว่า วิญญาณร้ายเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศแห่งรีห์อาไปเสียแล้ว

เวเรซ (Verez)
ชนเผ่านักเรียกวิญญาณที่อาศัยอยู่บนเกาะเวเรเซีย ปรากฏตัวในรีห์อาครั้งแรกที่ชายหาดริมหมู่บ้านชาวประมงแห่งหนึ่ง ร่างแปลงของพวกเขาใช้ในการติดต่อกับวิญญาณ รวมทั้งต่อสู้กับวิญญาณร้ายด้วย สีครามหม่นของนัยน์ตาและสีเงินเงางามของเส้นผมคือสิ่งที่สังเกตเห็นได้จากเวเรซทุกคน

เวเรเซีย (Verezia)
ชื่อของเกาะและชุมชนของเหล่าเวเรซ ไม่สามารถสังเกตเห็นได้ด้วยตาเปล่าจากชายฝั่งรีห์อา ต้องอาศัย "จิตวิญญาณแห่งเวเรเซีย" ในการเดินทางไปเยือน ระหว่างที่สงครามสีขาวดำเนินอยู่ได้หายไปเฉยๆ

สงครามสีขาว (The White War)
สงครามระหว่างมนุษย์แห่งรีห์อา และเวเรซแห่งเวเรเซีย จุดเริ่มต้นมาจากการปฏิเสธการลงนามในสนธิสัญญาที่มีใจความต้องการให้เวเรเซียเป็นส่วนหนึ่งของระบบนครรัฐรีห์อา แลกเปลี่ยนกับความคุ้มครองทางทหารและทรัพยากรในรีห์อา การบอกปัดเป็นไปอย่างสงบ แต่นั่นก็ไม่ได้ดับไฟในอกเหล่าผู้ปกครองทั้งหลายที่ต้องการฮุบอำนาจแห่งเวเรเซีย สงครามสีขาวเกิดขึ้นในน่านน้ำรอบเกาะเวเรเซีย ที่มาของชื่อสงครามนั้นมาจากทัศนียภาพที่เหล่าทหารเรือได้พบเห็น ด้วยความที่เรือรบทุกลำจากเวเรเซียเป็นสีขาวบริสุทธิ์สะท้อนแสงโดดเด่นแม้อาทิตย์จะลับขอบฟ้าไปแล้วก็ตาม ความมะเลืองมลางดั่งเรือผีสิงในช่วงกลางดึก อีกทั้งสร้างความตกตะลึงและหวาดหวั่นให้กับทหารจำนวนไม่น้อย ในช่วงต้นของระยะเวลาการทำสงคราม "จิตวิญญาณแห่งเวเรเซีย" ยังคงส่องสว่างเป็นประจำทุกคืน แต่แล้วคืนหนึ่งกลับไม่มีผู้ใดพบเห็นมัน เช่นกันกับที่ไม่ผู้ใดพบเห็นกองทัพเรือรบแห่งเวเรเซียอีกเมื่อตะวันฉายแสงในวันต่อมา สงครามจึงสิ้นสุดลงนับแต่บัดนั้นโดยที่ไม่มีฝ่ายใดได้อะไรกลับไปเลยแม้แต่นิดเดียว

2005/Dec/24

ไม่มีใครล่วงรู้ถึงการมาของเหล่านักเรียกวิญญาณที่ขนามนามตนเองว่า

"เวเรซ"

มีเพียงตำนานแห่งท้องทะเลที่เล่าขานถึงการเดินทางมาเยือน "รีห์อา" ดินแดนของมนุษย์ผู้ไร้ศรัทธาในทุกๆสิ่ง มนุษย์ผู้หิวกระหายที่จะได้มาซึ่งสิ่งที่ตนต้องการ มนุษย์ผู้ไม่เชื่อในสิ่งใดนอกจากความคิดอันโง่เขลาของตนเอง เพียงเท่านั้น

เรือสีขาวโพลนไร้การประดับประดา ทำด้วยวัสดุซึ่งไม่เคยมีผู้ใดในรีห์อาพบเห็นมาก่อน ความเงางามของมันสะท้อนแสงอาทิตย์อัสดงเป็นประกายวูบวาบตัดกับความระยิบระยับของกระแสน้ำ ใบเรือรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าขาวโล่งที่กางออกแผ่กว้างเพื่อรับลมช่างสมดุลกับลำเรือในแง่สุนทรียภาพเป็นอย่างยิ่ง บนเรือคือกลุ่มคนเล็กๆกลุ่มหนึ่ง จำนวนไม่เกินสิบ พวกเขาทั้งหมดอยู่ในชุดเสื้อคลุมสีเดียวกับเรือ นัยน์ตาสีครามหม่นและเส้นผมสีเงินคือสิ่งที่สังเกตเห็นได้ชัดเจน พวกเขามาถึงอย่างเงียบๆ แล้วจากไปอย่างเงียบๆเช่นกัน

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างนั้นเอง ที่เป็นที่มาของตำนานดังกล่าว

ชีวิตอันสงบสุขของหมู่บ้านชาวประมงริมหาดต้องเปลี่ยนไป เมื่อสิ่งมีชีวิตแปลกปลอมได้เข้ามาทำร้ายชาวบ้านทีละคนสองคนในช่วงกลางดึก

"วิญญาณร้าย" คือชื่อเรียกสัตว์ประหลาดเงาเหล่านั้น ดวงตาลุกโพลนของพวกมันช่างน่าหวาดหวั่นสำหรับทุกคนที่พบเห็น การฆ่าเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วราวกับว่ามันไม่ได้รู้สึกสนุกที่ได้เห็นคนตาย หากแต่ต้องการสิ่งใดสิ่งหนึ่งมากกว่านั้น

...ดวงวิญญาณบริสุทธิ์ของมนุษย์...ช่างน่าลิ้มรสยิ่งนัก

แล้วร่างแปลงของเวเรซก็ได้ช่วยชีวิตพวกเขาไว้

นับแต่นั้นมา เวเรซถูกมองว่าเป็นเสมือนเทพผู้พิทักษ์ เป็นผู้คุ้มครองเหล่ามนุษย์ปุถุชนในรีห์อาจากวิญญาณร้าย การติดต่อระหว่างทั้งสองฝ่ายเริ่มต้นอย่างเป็นทางการเมื่อเรือหลวงแห่งนครท่าเนมเฟรดิธได้ออกเดินทางไปสู่เกาะเวเรเซีย เพื่อเป็นตัวแทนเจรจาสัมพันธไมตรีระหว่างสองเผ่าพันธุ์ โดยมีเวเรซผู้หนึ่งเป็นคนนำทาง

เกาะเวเรเซีย...ไม่เคยมีผู้ใดมองเห็นมันจากชายฝั่งรีห์อา การเดินทางต้องเป็นไปในยามราตรี เมื่อหมู่ดาวนับล้านปรากฏบนฟากฟ้าในคืนที่ไร้แสงจันทร์ ดวงดาวแห่งการนำทางจะส่องสว่างเพื่อบอกถึงพิกัดของเกาะ ช่างน่าแปลกที่ดาวดวงนี้ไม่เคยเปลี่ยนที่อยู่ เหมือนกับมีอะไรบางอย่างเชื่อมมันกับเกาะเข้าไว้ด้วยกัน

"จิตวิญญาณแห่งเวเรเซีย" คือชื่อของดาวดวงนี้

บางครั้งการอยู่กับตัวเองมากเกินไป ก็ทำให้คนคนหนึ่งเกิดความรู้สึกเชื่อมั่นในตนเองในระดับที่สูงเกินไปได้ เวลาล่วงเลยมานานหลายร้อยปีก่อนที่ "สงครามสีขาว" จะอุบัติขึ้น มันเป็นสงครามระหว่างผู้ปกป้องและผู้ถูกปกป้อง ...เวเรเซียและรีห์อา... เหล่าผู้นำแว่นแคว้นต่างๆในรีห์อาต่างเริ่มรู้สึกหวาดหวั่นต่ออำนาจในการติดต่อวิญญาณของชาวเวเรซ พลังที่พวกเขาใช้ในการกำจัดวิญญาณร้ายช่างน่าสะพรึงกลัว จะเกิดอะไรขึ้นหากเวเรซคิดร่วมมือกับดวงวิญญาณเพื่อหาทางยึดครองรีห์อา? จะแน่ใจได้อย่างไรว่าวิญญาณร้ายเป็นศัตรูของเวเรซเช่นเดียวกับที่เป็นศัตรูของรีห์อา? หากการเป็นส่วนหนึ่งของรีห์อาไม่ใช่สิ่งที่เวเรซยอมรับตามเงื่อนไขในสนธิสัญญา ...พวกเขาก็ต้องใช้กำลัง

สงคราวสิ้นสุดลงด้วยการหายไปอย่างลึกลับของเวเรเซีย ไม่มีผู้ใดเห็นกลุ่มชนชุดขาวเหล่านั้นอีกเลย และรีห์อาก็ต้องทุกข์ทนกับการมาเยือนของวิญญาณร้ายอีกครั้ง

"จิตวิญญาณแห่งเวเรเซีย" ก็หายไปเช่นกัน

...หากเพียงแต่ว่ามีวิธีนำมันกลับมา...

2005/Dec/23

"A Search for Verezia" เป็นนิยายแนวแฟนตาซีที่เราเขียนขึ้นมาจากจินตนาการของตัวเองล้วนๆ เริ่มมีแรงบันดาลใจในช่วงราวๆ ม.ค. 2548 ซึ่งเป็นช่วงที่ใกล้จะจบม.6 พอดี เคยเอาลงเว็บเด็กดีไปทีหนึ่ง แต่ก็เอาออกเพราะไม่มีเวลาเขียนต่อ เพิ่งมามีเวลาก็ตอน ธ.ค. 2548 ปลายปีเลย ซึ่งก็แสดงว่าเวลาก็ยังไม่ค่อยมีอยู่เหมือนเดิม แต่จะพยายามเขียนบ่อยๆค่ะ

พล็อตเรื่องจะเกี่ยวข้องกับความเชื่อเรื่องวิญญาณเป็นหลัก โดยฉากของเรื่องจะมีภูมิประเทศคล้ายคลึงกับประเทศแถบยุโรป-สแกนดิเนเวีย แต่อ้างอิงศิลปกรรมเมดิเตอร์เรเนียนและกอธิค ในการออกแบบตัวละครและสิ่งของต่างๆ รวมไปถึงบางส่วนของสถาปัตยกรรมด้วยค่ะ

เรื่องย่อจะเป็นการเดินทางของหญิงสาวเชื้อสายนักเรียกวิญญาณ (พวก เวเรซ - "Verez") คนสุดท้าย กับชายหนุ่มที่เธอได้ช่วยเหลือไว้ในขณะเดินทางเพื่อตามหา "เวเรเซีย (Verezia)" ดินแดนบ้านเกิดของเธอที่หายสาบสูญอย่างไร้ร่องรอยในสงครามต่อต้านเวเรซ แต่ปัญหากลับเกิดขึ้น เมื่อชายหนุ่มดังกล่าวผู้เป็นหนึ่งในกุญแจดอกสำคัญที่จะช่วยให้เธอไปถึงจุดหมาย จะต้องตัดสินใจระหว่างการทำตามที่โชคชะตาลิขิตไว้ หรือเป็นผู้ลิขิตโชคชะตาของตนเอง

เนื้อหาเน้นถึงความสับสนในเหตุผลของการมีชีวิตอยู่ของตัวละครแต่ละตัว การมีอยู่ซึ่ง "ตัวตน"และความเป็นมนุษย์ค่ะ ออกแนวปรัชญาเลยทีเดียวแต่จะเขียนแฝงไว้มากกว่าค่ะ

เดินทีอยากทำออกมาเป็นเกม RPG เลย แต่ตอนนี้คงเป็นได้แค่ความฝันไปก่อน ก็เลยหาทางออกด้วยการเขียนเป็นนิยายไว้ก่อนค่ะ ดังนั้นไม่น่าแปลกถ้าเวลาอ่านไปสักพักจะรู้สึกเหมือนได้กลิ่นอายของการดำเนินเรื่องสไตล์ RPG บ้างนิดหน่อย

ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยค่ะ